ส่วนใหญ่แล้วท่านที่เลี้ยงไก่เมื่อไก่มีอาการหงอยซึมเหมือนจะป่วย ก็จะใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ไข้ให้ไก่กินทันที นั่นเป็นวิธีที่ใช้ได้ผล แต่ถ้าเราเลี้ยงแบบออแกนิคหรือแบบไร้สารแบบไม่ต้องใช้ยาแต่ใช้สมุนไพรไทยจากพืชผักสวนครัวได้ ก็จะเป็นการดีต่อสุขภาพเมื่อเรานำมาบริโภคน่ะค่ะ และบ้านน้อยก็มีเคล็ดลับแบบบ้านๆโดยไม่ต้องพึ่งยามาฝากกัน มาติดตามกันได้เลยค่ะ

บ้านน้อยได้มีโอกาสไปเยี่ยมสวนของคุณลุงใจดีท่านหนึ่ง คุณลุงจะเลี้ยงไก่,หมู,ปลา,กบ ซึ่งสัตว์พื้นบ้านเหล่านี้คุณลุงก็มีไว้เพื่อบริโภคและก็มีแบ่งขายให้กับเพื่อนบ้านบ้างตามโอกาส บ้านน้อยเห็นคุณลุงเข้าไปในแปลงผักเก็บผักมาคือใบกระเพราม่วง ตอนแรกก็นึกว่าคุณลุงจะเก็บกระเพรามาผัดแต่ที่ไหนได้คุณลุงบอกว่า ไก่งวงของลุงจามเหมือนจะเป็นหวัดคุณลุงก็เลยจะเอามาให้ไก่งวงกิน ก็นึกว่าคุณลุงเล่นมุกตลกแต่คุณลุงทำแบบที่พูดจริงๆค่ะ

ช่วงนี้หน้าฝน ไก่งวงที่คุณลุงเลี้ยงที่สวนจะเลี้ยงแบบเปิดล้อมบริเวณสวนแบบกว้างๆให้ไก่งวงกินหญ้าและช่วยเป็นเครื่องตัดหญ้าไปอีกแรงเพราะหญ้าแทบจะไม่มีไก่งวงจิกกินหมดกินทั้งวันคุณลุงว่าอย่างนั้นค่ะ และไก่งวงของคุณลุงก็ชอบตากฝนตามที่คุณลุงเล่าน่ะค่ะ บ้านน้อยก็เลยได้เคล็ดลับแบบบ้านๆมาฝากว่า ใบกระเพราหรือต้นกระเพราที่เราชอบทานกันในเมนู กระเพราไก่หรือกระเพราหมู สามารถนำมาใช้กับไก่เพื่อช่วยในระบบทางเดินหายใจของไก่ได้อีกด้วย

เคล็ดลับและวิธีการ ใช้กระเพราม่วงมาใช้กับไก่มีดังนี้ค่ะ

  • กระเพราม่วง เลือกกิ่งแก่ๆ 1 กำมือ
  • น้ำเปล่าสะอาด 2-3 ลิตร

วิธีทำ

  • นำกระเพราม่วง เอาทั้งก้านทั้งใบเลยค่ะ จะใช้ได้ผลดีที่สุดจะเป็นก้านแก่ๆของกระเพราะค่ะ นำมาทุบพอบุบๆ แล้วนำไปใส่ในขวดที่ให้น้ำไก่กิน เมื่อไก่กินน้ำใส่กระเพราะประมาณวันถึงสองวันไก่ก็จะมีอาการกระปรี้กระเปร่าขึ้น

ถ้าเราสังเกตว่าไก่เรามีอาการจามหรือหงอยๆเหมือนจะมีไข้ก็ให้นำสูตรนี้ไปใช้ได้เลย คุณลุงบอกใช้วิธีนี้มานานนับสิบปีแล้วล่ะค่ะคุณลุงบอกว่าการที่เราใช้สมุนไพรในการรักษาสัตว์ที่เลี้ยงก็เพื่อสุขภาพของตัวเอง เพราะว่าการใช้ยาในการรักษาอาการป่วยของไก่ถึงจะทำให้ไก่หายป่วยได้แต่ยาเหล่านั้นก็จะสะสมอยู่ในตัวสัตว์และเมื่อเรานำมาทานก็ต้องส่งผลต่อสุขภาพของเราเช่นกัน เพราะฉนั้นจะดีไม่น้อยถ้าสัตว์เลี้ยงของเราเป็นสัตว์เลี้ยงแบบปลอดสารเคมีและไก่งวงหรือไก่พันธุ์ต่างๆก็เช่นกันค่ะเมื่อมีอาการซึม ก็ให้ป้องกันไว้ก่อนก่อนที่ไก่จะป่วยหนักจนลามไปถึงโรคอื่นเพราะสัตว์ก็เหมือนกันกับคนถ้าร่างกายอ่อนแอแล้ว โรคภัยต่างๆก็จะรุมเร้าได้ง่าย ภูมิปัญญาชาวบ้านมีมาช้านานและส่วนใหญ่แล้วก็จะหาได้ง่ายๆจากพืชผักสวนครัวเรานั่นเอง คุณลุงบอกในสวนของคุณลุงพืชผักทุกชนิดลุงทานได้สัตว์ของคุณลุงก็ทานได้เช่นกัน สุดยอดจริงๆค่ะ ปลูกผักปลอดสารก็ว่าดีต่อสุขภาพแล้วยิ่งดีไปใหญ่เมื่อเลี้ยงสัตว์ให้ปลอดสารไปด้วย สุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง จริงๆค่ะ

ขอบคุณความรู้ดีๆจาก บ้านสวนลุงแผน อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม