วิธีเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว

วันนี้บ้านน้อยมีเทคนิคและวิธีการเลี้ยงด้วงสาคูในกะละมังมาฝากแฟนๆผู้ติดตามเว็บบ้านน้อยที่รักทุกท่านค่ะ ด้วงสาคูมีวิธีการเลี้ยงไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไป เหมาะที่จะทำเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักได้เลยล่ะค่ะและราคาในการขายด้วงสาคูก็ราคาใช้ได้ทีเดียว คุ้มค่าต่อการลงทุน มาติดตามดูเทคนิคการเลี้ยงด้วงสาคูตั้งแต่การเพาะพันธ์ุจนถึงสูตรสำหรับอาหารของด้วงสาคูกันเลยค่ะ 

ด้วงสาคูหรือด้วงงวงมะพร้าวหรือด้วงลานหรือแมงหวังเป็นด้วงชนิดเดียวกัน แต่ชื่อที่เรียกแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าเลี้ยงหรือให้อยู่กับต้นอะไรก็เรียกตามชื่อของต้นไม้ที่นำมาเพาะเลี้ยงด้วงชนิดนั้นค่ะ สำหรับวันนี้บ้านน้อยจะนำเสนอเทคนิคขั้นตอนวิธีการเลี้ยงพร้อมสูตรอาหารในการเลี้ยงด้วงสาคูด้วยต้นอ้อยน่ะค่ะ

เทคนิคการเลี้ยงด้วงในวันนี้จะเป็นการเพาะเลี้ยงในกะละมังและนอกจากใช้ต้นอ้อยสับในการเพาะเลี้ยงแล้วยังสามารถแทนต้นอ้อยสับได้ด้วยเปลือกมะพร้าวอ่อนได้เช่นเดียวกันค่ะมาดูกันว่ามีวัสดุและขั้นตอนวิธีการเลี้ยงตั้งแต่เริ่มต้นกันเลย 

วัสดุอุปกรณ์ส่วนผสมในการเตรียมอาหารและที่เพาะเลี้ยงด้วงสาคูหรือด้วงมะพร้าว

  • อาหารหมูขุนโปรตีน16% 3 ขีด

วิธีเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว

  • มันสำปะหลังบด 1 กก.(หากใช้มัน5นาทีสามารถใช้ได้เลยแต่ถ้าเป็นมันสดต้องแช่น้ำ3วันแล้วนำมาบดหรือสับก่อนถึงจะใช้ได้)
  • ต้นอ้อยสับหรือเปลือกมะพร้าวอ่อนสับ 2 กก.
  • น้ำเปล่าสะอาดสำหรับละลายอาหารหมู 
  • กะละมังดำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 ซม.

วิธีเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว

  • ฝาปิดกันพ่อพันธ์ุแม่พันธ์ุหนี ขนาด 18 นิ้ว
  • วัสดุอะไรก็ได้ที่มีน้ำหนักพอจะทับฝาที่ปิดกะละมัง
  • เปลือกมะพร้าวแห้ง 4-5 ชิ้น
  • กล้วยน้ำว้าสุก 1 ลูก
  • พ่อพันธ์ุและแม่พันธ์ุด้วงสาคูหรือด้วงมะพร้าว จำนวน 5 คู่ ต่อหนึ่งกะละมัง

วิธีเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว

เทคนิคและขั้นตอนวิธีการเลี้ยงด้วงในกะละมังมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ

  • เริ่มแรกผสมอาหารสำหรับการเลี้ยงก่อนเลยค่ะ ใส่อาหารหมูลงในกะละมังแล้วเติมน้ำสะอาดลงไปเพื่อให้อาหารหมูเปื่อยหรือเละ

วิธีเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว

  •  ใส่มันบดลงไปผสมกับอาหารหมูที่เปื่อยหรือเละแล้ว

วิธีเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว

  • ใส่อ้อยสับลงไปผสมให้เข้ากันให้มีลักษณะเป็นเหมือนโคลนแล้วอัดให้เรียบเสมอกันในกะละมัง

วิธีเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว

  • ใส่กล้วยน้ำว้าลงไปตรงกลางกะละมัง และนำเปลือกมะพร้าวแห้งสับชิ้นใหญ่ๆ4-5ชิ้นลงไปในกะละมังผสมวางให้ทั่วเพื่อให้พ่อพันธ์ุแม่พันธ์ุได้ใช้เป็นที่หลบซ่อน

วิธีเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว

  • ปล่อยพ่อพันธ์ุและแม่พันธ์ุลงไป5คู่ต่อกะละมัง ปิดฝากะละมังแล้วตั้งกะละมังวางเรียงซ้อนกัน นำวัสดุที่หนักๆปิดทับไว้กันพ่อพันธ์ุแม่พันธ์ุปีนหนีบนกะละมังชั้นสุดท้าย

วิธีเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว

  • ตั้งทิ้งไว้จนครบ5วัน ก็สามารถนำพ่อพันธ์ุและแม่พันธ์ุไปเพาะในกะละมังชุดใหม่โดยใส่ส่วนผสมเหมือนเดิมทุกขั้นตอน สำหรับพ่อพันธ์ุและแม่พันธ์ุที่นำมาเพาะเลี้ยงด้วงนั้นสามารถทำได้ถึง5ครั้งจนถึงครั้งที่ 6ให้รวมเอาพ่อพันธ์ุและแม่พันธ์ุมารวม2กะละมังให้เป็น1กะละมัง เพราะว่าพ่อพันธ์ุแม่พันธุ์เริ่มล้าแล้ว สำหรับชุดสุดท้ายหรือครั้งที่6นั้นให้ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นจนกว่าจะมีการเกิดด้วงสาคูตัวน้อยๆขึ้น ประมาณ10กว่าวันพ่อพันธ์ุแม่พันธ์ุในครั้งที่6 ก็จะตายลงไปค่ะ สำหรับการเพาะเลี้ยงแต่ละกะละมังควรมีการจดบันทึกว่าเริ่มทำการเพาะเลี้ยงตั้งแต่วันไหนกันลืมน่ะค่ะ 
  • เมื่อครบ20วันให้เปิดดูใต้เปลือกมะพร้าวก็จะพบด้วงตัวเล็กตัวน้อยเกิดขึ้นมา หากอาหารไม่พอให้เติมอาหารแบบที่ทำมาตั้งแต่เริ่มขั้นตอนแรกเพียงแค่ไม่ต้องเติมอาหารหมูแค่นั้นเอง ให้เติมอาหารลงในกะละมังคลุกเคล้าส่วนผสมแบบเบามือที่สุด แล้วก็ทำการปิดฝาไว้เหมือนเดิม
  • เมื่อครบ30-35วัน ก็สามารถคัดเอาผลผลิตของด้วงสาคูหรือด้วงมะพร้าวตัวใหญ่หรือขนาดตามที่สามารถนำไปทำอาหารหรือนำไปจำหน่ายได้แล้วค่ะ และสำหรับเทคนิคหรือวิธีการเพาะเลี้ยงด้วงสาคูหรือด้วงมะพร้าวแบบนี้นั้น หากเราใช้พ่อ-แม่พันธ์ุจำนวน50คู่ ภายใน1เดือนเราก็จะสามารถเพาะด้วงได้จำนวน55กะละมังโดยประมาณ แต่หากว่าเราใช้พ่อ-แม่จำนวน 3 คู่ต่อกะละมัง ภายใน1เดือน ก็จะได้ประมาณ 80กะละมัง 

วิธีเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว

เป็นยังไงบ้างค่ะสำหรับเคล็ดลับและเทคนิควิธีการเลี้ยงด้วงสาคู,ด้วงมะพร้าว,ด้วงลาน คงไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไปน่ะค่ะสำหรับมือใหม่ก็สามารถทำตามได้แบบง่ายๆเลย และด้วงสาคูราคาขายขนาดตัวเท่านิ้วหัวแม่มือก็ประมาณตัวละ2บาทแล้วค่ะ เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักที่น่าสนใจทีเดียวน่ะค่ะ หรือเพาะเลี้ยงเป็นงานอดิเรกเพาะไว้ทานเล่นก็อร่อยค่ะทอดกรอบๆเหยาะซีอิ้วขาวพริกไทยป่นอร่อยอย่าบอกใครเชียว ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยน่ะค่ะ ติดตามเคล็ดลับและวิธีการต่างๆด้านการเกษตรทุกชนิดได้ที่นี่ Baannoi.com

ขอบคุณข้อมูลและเทคนิคดีๆจาก คุณแอ๊ด พีระพล (กลุ่มเพาะเลี้ยงด้วงสาคูสระแก้ว)