ปักชำพริกไทยแบบควบแน่น

เทคนิคการขยายพันธุ์พริกไทยมีหลายแบบหลายอย่างที่เกษตรกรพลิกแพลงดัดแปลงมาใช้กัน เพื่อที่จะได้เพิ่มผลผลิตของพริกไทยในสวน และวันนี้บ้านน้อยก็มีเทคนิคการขยายพันธุ์พริกไทยแบบที่ทำให้ได้กิ่งพันธ์ุพริกไทยที่สมบูรณ์พร้อมปลูกและจำหน่ายได้เกิน80%ของจำนวนที่เพาะ เทคนิคที่ว่านั่นก็คือ การขยายพันธุ์พริกไทยแบบควบแน่น มีวิธีการที่ง่ายใช้วัสดุเหลือใช้แต่ได้ผลประโยชน์ที่ดีเยี่ยม มาติดตามเทคนิคและวิธีการได้ในBaannoi.comกันเลยค่ะ

การปลูกพืชผักผลไม้ต่างๆนั้น การขยายพันธุ์จะช่วยให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้นโดยเป็นการช่วยลดต้นทุนในการผลิต คือไม่ต้องไปลงทุนซื้อไปหามาปลูกเพิ่ม ส่วนใหญ่แล้วเราจะนิยมทำโดยการตอนกิ่ง,ปักชำ,เพาะเมล็ด เสียเป็นส่วนใหญ่

การที่เราปลูกพริกไทยเมื่อได้ผลผลิตของต้นพริกไทยแล้ว เราก็ยังสามารถสร้างรายได้โดยการจำหน่ายกิ่งของพริกไทยได้อีก เพราะกิ่งตอนของพริกไทยถือว่ามีราคาค่อนข้างสูง และอีกวิธีการหนึ่งก็คือการปักชำ บางครั้งการปักชำทั่วไปหากทำไม่ได้ผลก็ทำให้กิ่งเน่าเสียทิ้งได้ วันนี้บ้านน้อยก็เลยนำเทคนิคการขยายพันธุ์พริกไทยจากไหลของพริกไทยที่เราตัดแต่งต้นพริกไทยในสวนนั่นแหละค่ะ ไม่ต้องทิ้งแถมยังนำมาสร้างรายได้เพิ่มให้กับเราได้อีกด้วย นั่นก็คือการขยายพันธุ์แบบควบแน่น มาดูวัสดุอุปกรณ์และเทคนิควิธีการทำกันเลยค่ะ

การขยายพันธ์ุพริกไทยโดยการปักชำ แบบควบแน่น

การเตรียมดิน

วัสดุที่ใช้

  • ขุยมะพร้าว 1 ส่วน
  • ขี้วัว 1 ส่วน
  • ดินร่วนปนทราย 1 ส่วน
  • แกลบ 1/2 ส่วน
  • น้ำเปล่า 10 ลิตร
  • อ่างพลาสติกหรือกระบะพลาสติก ที่ใช้ในการผสม

ขั้นตอนการเตรียมดิน

  • นำขุยมะพร้าว,ขี้วัว,ดิน,แกลบ ใส่ลงในอ่างผสม ใช้จอบคนคลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน
  • ใส่น้ำเปล่าลงไป1บัวหรือ10ลิตร คนให้เป็นเนื้อเดียวกันแล้วหมักทิ้งไว้ 

ปักชำพริกไทยแบบควบแน่น

เตรียมตัดแต่งกิ่งพริกไทย

วัสดุอุปกรณ์

  • ไหลพริกไทย จำนวนตามที่จะเพาะ
  • กรรไกรตัดกิ่ง
  • น้ำยาเร่งราก

วิธีตัดแต่ง

  • เด็ดใบพริกไทยออกให้หมด
  • ตัดไหลพริกไทยเป็นท่อน โดยให้แต่ละท่อนมีความยาวประมาณ 3-4 ข้อ
  • นำไปแช่น้ำยาเร่งราก 20 นาที

ปักชำพริกไทยแบบควบแน่น

เตรียมโดมหรือโรงเรือนในการเพาะขยายพันธ์ุพริกไทย (บรรจุได้ประมาณ 200 ถุง)

วัสดุอุปกรณ์

  • ท่อพีวีซี,ไม้ไผ่,ท่อร้อยสายไฟ (วัสดุชนิดใดก็ได้) ความยาว 2 เมตร จำนวน 6 ท่อน
  • เชือกฟาง สำหรับมัดยึดท่อ
  • แผ่นพลาสติกใส ขนาด 3x2.5 เมตร
  • คลิปดำ 10 อัน (หากใช้แผ่นพลาสติกผืนเดียวก็ไม่ต้องใช้ แต่ใช้แบบต่อกันก็ใช้คลิปดำหนีบเพื่อยึดติดกัน)

วิธีทำโดมหรือโรงเรือนเพาะชำแบบควบแน่น

  • ใช้ท่อหรือไม้ไผ่ที่ตัดเตรียมไว้ ปักเป็นลักษณะโค้งครึ่งวงกลมปักลงดินเป็นฐาน 3 ท่อน
  • นำท่ออีก 3 ท่อมามัดตามทางยาว มัดยึดติดกับฐานที่เตรียมไว้ ให้เป็นโดมหรือโรงเรือนปักชำแบบควบแน่น

ปักชำพริกไทยแบบควบแน่น

เมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบทุกอย่างแล้ว ก็มาทำการปักชำแบบควบแน่น กันเลยค่ะ

  • นำดินที่ผสมเตรียมไว้แล้วมากรอกใส่ถุงปักชำ
  • กรอกดินเสร็จแล้วนำถุงไปวางเรียงไว้ในโดมที่ทำไว้แล้ว
  • นำกิ่งไหลพริกไทยที่แช่น้ำยาเร่งรากไว้แล้ว มาเสียบลงในถุงที่ใส่ดินผสมแล้ว (ที่ไม่ปักกิ่งก่อนนำไปเก็บไว้ในโดม ก็เพื่อง่ายต่อการขนย้าย กิ่งที่เสียบใหม่ๆจะได้ไม่โยกขณะที่เราย้าย)
  • เมื่อนำกิ่งเสียบหรือปักชำครบทุกถุงแล้ว ก็ให้นำแผ่นพลาสติกใสคลุมโดม โดยไม่ให้มีอากาศเข้าได้
  • แล้วนำดินกลบทับชายแผ่นพลาสติกด้านล่างทุกๆด้านของโดม 
  • หากใช้แผ่นพลาสติก2ผืนต่อกันก็ให้ใช้คลิปดำยึดให้ติดกัน
  • ปิดทิ้งไว้ประมาณ 45-60 วัน ค่อยเปิดแผ่นพลาสติก แล้วนำกิ่งที่ปักชำมาพักไว้ในร่ม เพื่อสร้างความแข็งแรงของกิ่ง ประมาณ 10-15 วัน ก็จะสามารถนำกิ่งที่ปักชำแบบควบแน่น ไปปลูกหรือจำหน่ายได้แล้วค่ะ

ปักชำพริกไทยแบบควบแน่น

การปักชำเป็นการขยายพันธ์ุของพืชที่ได้ผลออกมาดี วิธีทำก็ง่ายและประหยัด เทคนิคที่บ้านน้อยนำมาฝากกันในวันนี้ ก็เป็นเทคนิคที่ได้ผลอย่างดีและประหยัดเพราะว่าวัสดุที่เราใช้ก็ไม่สิ้นเปลือง ดัดแปลงจากวัสดุเก่าที่เหลือใช้ในบ้านในสวนของเรา เทคนิคการเกษตรไม่มีอะไรที่ตายตัว เราสามารถดัดแปลงได้ตลอดแต่ต้องศึกษาวิธีการทำให้ดี เพื่อผลที่ได้จะออกมาตามจุดประสงค์ที่เราต้องการ และก็ไม่เกิดความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรของเรา บ้านน้อยหวังว่าบทความและเทคนิคดีๆนี้คงเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้ติดตามเว็บบ้านน้อยทุกท่านน่ะค่ะ แล้วบ้านน้อยจะนำเทคนิคและวิธีการต่างๆที่มีประโยชน์ทางด้านการเกษตรทุกชนิดมานำเสนอผู้อ่านทุกท่านอย่างต่อเนื่องค่ะ Baannoi.com

เคล็ดลับ : วิธีการเปิดโดมหรือเปิดแผ่นพลาสติกใส ให้ค่อยๆเปิดวันละเล็กวันละน้อย ใช้คลิปดำหนีบไว้ เพื่อให้กิ่งพริกไทยได้มีการปรับตัวกับอากาศด้านนอก จริงๆแล้วเป็นหัวใจของการ"ปักชำแบบควบแน่น"เลยก็ว่าได้ค่ะ

และอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม ก็คือสถานที่ที่ทำการสร้างโดมหรือโรงเรืองเพาะ ควรเป็นที่มีแดดรำไรแดดไม่จัด เช่นใต้ร่มไม้ที่มีทรงพุ่มใหญ่